HAMAR OSOTH

บริษัท ห้าม้า โอสถ จำกัด

Get Adobe Flash player

สมุนไพรไทยน่ารู้....

เบาหวาน..ภัยเงียบ

“You are what you eat”..กินอย่างไร ย่อมได้อย่างนั้น

คำพูดนี้ยังคงใช้ได้ดีกับ “โรคเบาหวาน”..โรคยอดฮิตของคนทุกเพศ ทุกวัย ที่เป็นผลพวงจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต การกินอาหาร การขาดการออกกำลังกายของคนเราในปัจจุบัน ซึ่งเสมือน “ภัยเงียบ” ใกล้ตัว ที่กำลังคืบคลาน
ถึงชีวิต…

“โรคเบาหวาน” กลายเป็นโรคพบบ่อยอันดับต้นๆ เทียบเคียงใกล้กับโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง ที่ใครๆ ก็สามารถป่วยได้ แต่คนส่วนใหญ่กลับละเลยและมองว่าเป็นเพียงแค่โรคเรื้อรังที่ไม่ร้ายแรง

ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว โรคเบาหวานเป็นอีกโรคหนึ่งที่เป็น “ภัยอันตราย” ถึงขั้นเสียชีวิต เพราะการเกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างรุนแรงตามมาอีกมากมาย

โดยสมาคมเบาหวานแห่งสหรัฐอเมริกา เคยคาดการณ์ไว้ว่า แนวโน้มผู้ป่วยเบาหวานทั่วโลกในอีกประมาณ 20ปีข้างหน้า หรือในราวปี 2573จะเพิ่มขึ้นอีก “เท่าตัว” คิดเป็นตัวเลขผู้ป่วยราว 438ล้านคน จากเดิม 285ล้านคน

ขณะที่ผู้ป่วยชาวไทยเอง ในปี 2553 พบว่า ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 20ปีถึง 79 ปี ป่วยเป็นโรคเบาหวาน 7.7% หรือราว 450,000 คนของประชากรทั่วประเทศ 62 ล้านคน

นั่นแสดงว่า คนไทยทุก 100คน มีโอกาสเป็นโรคเบาหวานถึง 7-8คน และยังพบด้วยว่า 1ใน 3ของผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน ยังไม่รู้ว่าตนเองป่วยเป็นโรคนี้

“เบาหวาน” เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติในการทำงานของฮอร์โมนอินซูลิน ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงผิดปกติ และร่างกายที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเมตาบอลิซึมทำงานได้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ การส่งน้ำตาล
ไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆ จึงเกิดได้น้อยลง

สาเหตุของการเกิดโรคเบาหวานมาจากหลายสาเหตุร่วมกัน ไม่ได้เป็นจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่ง จึงมักพบว่า ผู้ที่มีโอกาสเป็นเบาหวานพบได้ในคนทุกเพศทุกวัย แต่จะพบมากในคนอายุกว่า 40 ปีขึ้นไป คนที่อยู่ในเมืองมีโอกาสเป็น
เบาหวานมากกว่าคนในชนบท

คนอ้วนที่น้ำหนักเกิน โดยดูจากดัชนีมวลกายตั้งแต่ 25กิโลกรัมต่อตารางเมตร ขึ้นไป หรือผู้หญิงที่มีขนาดรอบเอวเกิน 80เซนติเมตร หรือเกิน 90เซนติเมตรในผู้ชาย

ผู้ที่ขาดการออกกำลังกาย มีโรคความดันโลหิตสูง หรือ รับประทานยาควบคุมความดันโลหิตสูงอยู่ ผู้ที่เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด มีระดับไขมันในเลือดผิดปกติ ตลอดจนเคยมีประวัติเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ หรือเคยคลอดบุตรที่
มีน้ำหนักแรกเกิดมากกว่า 4กิโลกรัม จะมีโอกาสเป็นเบาหวานได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม จากที่เคยมีความเชื่อว่า เบาหวานมักจะเกิดกับผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ในปัจจุบันพบว่า กลุ่มวัยรุ่นหนุ่มสาวป่วยเป็นโรคเบาหวานเพิ่มมากขึ้น โดยที่ไม่มีใครในครอบครัวเคยเป็นเบาหวานมาก่อน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจาก
วิถีชีวิตในสังคมเมืองที่รีบเร่ง กินง่าย หลับยาก ขาดการออกกำลังกาย ส่งผลให้มีคนเป็นเบาหวานเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ป่วยที่อายุน้อยเป็นเบาหวานกันเพิ่มขึ้น

สำหรับ “อาการ” ของผู้ป่วยเบาหวาน มักจะมาพบแพทย์ด้วยอาการเช่น หิวน้ำบ่อย ปัสสาวะบ่อย น้ำหนักตัวลด อ่อนเพลีย บ่งบอกว่า ระดับน้ำตาลในเลือดสูง

ในขณะที่ผู้ป่วยอีกหลายราย จะมาพร้อมกับภาวะแทรกซ้อนรุนแรงอาจอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต เช่น ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงวิกฤต บางรายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงถึง 1,000มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร จากปกติไม่ควรเกิน 100มิลลิกรัมต่อ
เดซิลิตร

การที่มีน้ำตาลในเลือดสูง จะทำให้เกิดภาวะเลือดเป็นกรด ระดับเกลือแร่ในร่างกายจะแปรปรวนผิดปกติ ส่งผลต่อการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมทั้งทำให้การไตวายเฉียบพลัน จนอาจเสียชีวิตในที่สุด

นอกจากนั้น ผู้ป่วยบางรายเกิดภาวะแทรกซ้อนระยะยาวของเบาหวาน เช่น ตาบอด ไตวายเรื้อรัง อัมพฤกษ์ เส้นเลือดหัวใจตีบ แผลเรื้อรังที่เท้า บางรายติดแผลติดเชื้อรุนแรงจนต้องตัดอวัยวะส่วนนั้นทิ้ง

ในกรณีผู้ป่วยที่เกิดภาวะแทรกซ้อน มักเป็นกลุ่มที่พบได้ “บ่อยที่สุด” เนื่องจากภาวะแทรกซ้อนต่างๆ เหล่านี้มักแฝงตัวอยู่เงียบๆ โดยไม่มีอาการผิดปกติใดๆ เป็นภัยเงียบอยู่นานจนเมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ จึงจะเริ่มเกิดอาการ
หากผู้ป่วยไม่ใส่ใจตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ ก็อาจมาพบแพทย์เมื่อสายเกินไป

หากสงสัยว่าเป็นเบาหวาน ผู้ป่วยควรไปตรวจเลือดที่โรงพยาบาลโดยอดอาหารและเครื่องดื่มทุกชนิด ตั้งแต่เที่ยงคืนแล้วไปเจาะเลือดในตอนเช้า เพื่อดูระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหาร 6 ชั่วโมง (FPG) ซึ่งคนปกติจะมีค่าต่ำกว่า
110 มิลลิกรัม

หากพบมีค่าเท่ากับ หรือ มากกว่า 126 มิลลิกรัม ในการตรวจอย่างน้อย 2ครั้ง ก็วินิจฉัยได้ว่า เป็นเบาหวาน และยิ่งมีค่าสูงเท่าใดก็แสดงว่า มีความรุนแรงของการเป็นเบาหวาน เพิ่มมากขึ้น จึงควรปรึกษาและอยู่ในความดูแลของแพทย์

สำหรับคำแนะนำในผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน ผู้ป่วยจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตและการกินใหม่ เพื่อป้องกันภาวะเสี่ยงที่อาจจะตามมา โดยเฉพาะหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีรสหวาน รสเค็ม อาหารประเภทไขมัน น้ำ
อัดลม เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และควรการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

เบาหวาน เป็นโรคเรื้อรังที่จำเป็นต้องใช้เวลาการรักษานาน หรือ ตลอดชีวิต จึงจำเป็นต้องปฏิบัติตัวอย่างถูกต้อง เพื่อหลีกเลี่ยง “อันตราย” ที่จะมาจากโรคแทรกซ้อนและการเสียชีวิต.